ยอดเขาเอเวอเรสต์

เอเวอเรสต์ เที่ยวเอเวอเรสต์เบสแคมป์ EBC พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ เนปาล

ข้อมูลสถิติคนไทยที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์

- คนไทยคนแรก ที่พิชิตยอดเขายอดเขาเอเวอเรสต์ได้ คือ วิทิตนันท์ โรจนพานิช -- พิชิต เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
(พิชิตได้จากฝั่งเนปาล)
- คนไทยคนที่สอง ที่พิชิตยอดเขายอดเขาเอเวอเรสต์ได้ คือ อาคม กิจวนิชประเสริฐ -- พิชิต เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
(โดยเป็นคนไทยคนแรกที่พิชิตได้จากฝั่งทิเบต)
- คนไทยคนที่สาม ที่พิชิตยอดเขายอดเขาเอเวอเรสต์ได้ คือ นภัสพร ชำนาญสิทธิ์ -- พิชิต เมื่อวันที่ วันที่ 19 พฤษภาคม 2559
(เป็นผู้หญิงไทยคนแรก โดยพิชิตได้จากฝั่งเนปาล)

สิ่งที่ควรรู้เมื่อไปเที่ยวเอเวอเรสต์เบสแค้มป์ด้วยตัวเอง

- ผู้ที่ต้องการจะไปยัง เอเวอเรสต์เบสแคมป์ (EBC) จะต้องมีเวลาในการเดินทางประมาณ 13 -15 วัน นับจากวันแรกที่มาถึง เมืองกาฐมาณฑุ
- จุดชมวิวยอดเขาเอเวอร์เรสต์ที่สวยที่สุด คือ กาลาพัตทาร์ (Kala Pattar) สูง 5,545 เมตร
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไป EBC และพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ คือ เดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม
- โรงแรม Everest View Hotel เป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในโลก (ถูกบันทึกไว้ใน Guinness Book) โดยทุกห้องพักสามารถมองเห็นวิวภูเขาเอเวอเรสต์ได้ในแบบมุมกว้าง

 
 

แหล่งท่องเที่ยวเอเวอเรสต์ - เมืองและหมู่บ้านสำคัญ - ตามเส้นทางขึ้นสู่เอเวอเรสต์เบสแคมป์ (EBC Trekking Route)

ลุกลา (Lukla) - 2,860 เมตร - เป็นเมืองเล็กๆ ในอำเภอคุมบู (Solukhumbu) ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติสครมาถา (Sagarmatha - เขตมรดกโลก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเนปาล) ลุกลา เป็นเมืองยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเทือกเขาหิมาลัยและภูเขาเอเวอรเรสต์ เมืองนี้เป็นที่ตั้งของสนามบินเทนซิงฮิลลารี่ (Tenzing-Hillary Airport - สนามบินเล็กๆในท้องถิ่น) ในเมืองลุกลามีถนนสายหลัก คือ ลุกลา - เอเวอรเรสต์เบสแคมป์-เทรคกิ้งรูท (Lukla - Everest Base Campe Trekking Route) ถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้าที่ขายอุปกรณ์ปีนเขามากมาย ร้านชา ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายของชำ คลับ บาร์ และที่พักหลากหลายประเภทสำหรับนักท่องเที่ยวแนวผจญภัยและนักปีนเขา ที่เที่ยวเนปาลในเมืองลุกลาเด่นๆ เช่น วัดพุทธสไตล์ธิเบต (Kemgon Gompa) อนุเสาวรีย์ Pasang Lhamu ฮีโร่ของชาวเชอร์ปา (National Luminary Pasang Lhamu Memorial Gate - หญิงสาวชาวเชอร์ปาคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอรเรสต์ และได้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมบนยอดเขาเอเวอรเรสต์ ในขณะที่เธอกำลังช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมที่ป่วยกะทันหัน) -- จากเมืองนี้นักท่องเที่ยวจะต้องใช้เวลาเดินทาง 2 วันจึงจะถึงเมืองนัมเจบาซาร์ (Namche Bazaar - ประตูสู่เอเวอรเรสต์เบสแค้มป์)

 

พักดิง (Phakding) - 2,610 เมตร หมู่บ้านมรดกโลกริมแม่น้ำดุธโกสี หมู่บ้านเล็กๆในเขตคุมบู นักท่องเที่ยวบางส่วนจะที่บินมาถึงเมือง Lukla จะมาพักค้างคืนที่เมืองนี้ (ใช้เวลาเดินเทรคจากเมืองลุกลาประมาณ 3 ชั่วโมง เส้นทางจะเป็นแบบการเดินลงเขา - downhill trek) พักดิงตั้งอยู่ในหุบเขาแม่น้ำดุธโกสี (Dudh Kosi) ทางด้านเหนือของเมือง Lukla และอยู่ทางด้านใต้ของเมือง Monjo หมู่บ้านนี้ีมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ต่ำกว่าเมือง Lukla จึงทำให้เหมาะสำหรับการผ่อนคลายและเพื่อปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ (Altitude Acclimatization Stop) ในวันแรกของการเริ่มต้นเทรคตามเส้นทาง ลุกลา - เอเวอรเรสต์เบสแคมป์-เทรคกิ้งรูท (Lukla - Everest Base Camp Trekking Route) พักดิงมีร้านอาหาร ที่พักแบบเกสต์เฮ้าสท์มากมาย รวมทั้งบาร์ ภูมิประเทศส่วนใหญ่ในพังดิงประกอบด้วยป่าไม้ โดยมีอาคารหินสีเทาๆ ที่หลังคาทาด้วยสีฟ้า น้ำในแม่น้ำดุธโกสีจะมีฟองสีขาวคล้ายกับน้ำนม ที่เที่ยวเนปาลในเมืองพักดิงเด่นๆ เช่น วัด Rimijung

นัมเจ (Namche) - 3,440 เมตร - ประตูสู่เอเวอรเรสต์เบสแค้มป์ ดินแดนแห่งชาวเชอร์ปา (Sherpa) เมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแนวผจญภัย จุดพักคืนที่ 2 ของการเทรคในเส้นทาง ลุกลา - เอเวอรเรสต์เบสแคมป์-เทรคกิ้งรูท (Lukla - Everest Base Camp Trekking Route) เมืองนี้มีการค้าขายมีคึกคัก เป็นจุดพักเพื่อปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ (Altitude Acclimatization Stop) อย่างน้อย 2 วัน ก่อนเดินทางต่อไป (นักเดินทางบางคนอาจจะเริ่มมีอาการแพ้ความสูง หรือ altitude-sickness ในจุดนี้ ณ ระดับความสูงที่เกินกว่า 3,000 เมตร) เมืองนัมเจบาซาร์ นี้อยู่ในเขตคุมบู (Solukhumbu) เมืองนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการเดินป่าและปีนเขา ร้านขายยา ร้านขายของใช้ที่จำเป็น ร้านหัตถกรรมทิเบต ร้านค้าต่างๆนับไม่ถ้วน ไปจนถึงมีผับและบาร์ ที่เที่ยวเนปาลในเมืองนัมเจบาซาร์ดังๆ เช่น ตลาดนัมเจ (Namche market - ตลาดที่มีสีสัน) พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตเชอร์ปา (Sherpa Life Museum) พิพิธภัณฑ์อุทยานแห่งชาติซาการ์มาธา (Sagarmatha National Park Museum) พิพิธภัณฑ์พืชสมุนไพรและยาสมุนไพรของชาวทิเบต (Local medicinal plants and Tibetan herbal medicine Museum) พระอารามนัมเจ (Namche Monastery - วัดพุทธสไตล์ทิเบต) จุดชมวิวภูเขาเอเวอรเรสต์ (อยู่ทางด้านเหนือของตัวเมือง)

หมู่บ้านเชอร์ปา คุมจุง (Khumjung village) - 3,780 เมตร หมู่บ้านเชอร์ปาที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตคุมบู จุดตั้งแค้มป์ยอดนิยมของบรรดานักปีนเขา หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในหุบเขา ท่ามกลางภูเขาล้อมรอบ (ถัดขึ้นมาจากเมือง Namche และแยกออกมาจากเส้น EBC Trekking Route) สิ่งอำนวยความสะดวกในย่านหมู่บ้าน Khumjung เช่น ร้านเบเกอร์รี่ ร้านอาหาร ร้านค้า ร้านชา-กาแฟ โรงแรม และที่พักหลายแห่ง ไม่ไกลจากหมู่บ้านมีสนามบิน Syangboche Airport (ซึ่งเป็นสนามบินของโรงแรม Everest View Hotel ที่ใช้ในการขนส่งอาหาร) และมีโรงพยาบาลคุนเด ( Khunde Hospital) ที่เที่ยวเนปาลในย่านหมู่บ้านคุมจุงเชอร์ปา เด่นๆ เช่น วัดคุมจุง (Khumjung monastery - วัดประจำหมู่บ้านเชอร์ปา) โรงแรมเอเวอรเรสต์วิวโฮเทล (Everest View Hotel - โรงแรมที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก และเป็นโรงแรมแรมที่หรูที่สุดบนเส้นทางสู่เอฟเวอร์เรสต์ บรรยากาศสุดโรแมนติค เหมาะสำหรับนักเดินท่องเที่ยวที่มีงบประมาณสูง) โรงเรียนเซอร์เอ็ดมันด์-ฮิลลารี (Sir Edmund Hillary school - เซอร์เอ็ดมันด์-ฮิลลารี ผู้พิชิตยอดเขาเอฟเวอร์เรสได้สำเร็จเป็นคนแรกของโลก ได้เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ โดยมีองค์กรต่างๆ ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย เพื่อให้เด็กๆในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียงได้รับการศึกษา) วัดคุนเด (Khunde Monastery) วัดคุนเดชัมคัง (Khunde Chamkang) จุดชมวิวภูเขา Ama Dablam (ภูเขาที่สวยที่สุดของเนปาล)

เทงโบเช่ (Tengboche) - 3,867 เมตร - หมู่บ้านเล็กๆ เทงโบเช่ เป็นจุดกึ่งกลางบนเส้นทางสู่ EBC จุดพักเพื่อปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ (Altitude Acclimatization Stop) หลังจาก Namche Bazaar ย่านหมู่บ้านนี้มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ภายในหมู่บ้านเทงโบเช่นมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บ้านชา ร้านอาหาร ที่พัก ที่เที่ยวเนปาลในหมู่บ้านเทงโบเช่นเด่นๆ เช่น จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกเหนือภูเขาเอเวอรเรสต์-แบบพาโนราม่า วัดเทงโบเช่ (Tengboche Monastery - วัดพุทธแบบทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในเขต Khumbu โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาที่สวยที่สุดในเนปาล - วัดนี้เป็นวัดสำคัญมาก เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเชอร์ปา ในทุกๆปีช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน จะมีงานเทศกาล Mani Rimdu festival ที่มีชื่อเสียง โดยพระสงฆ์จะใส่หน้ากากและเต้นรำ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาล) และไม่ไกลจากหมู่บ้านเทงโบเช่จะมี ปางโบเช (Pangboche - หมู่บ้านเชอร์ปา อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในเส้นทาง EBC)

ดิงโบเช (Dingboche) - 4,260 เมตร - หมู่บ้านแห่งอินเตอร์เนตคาเฟ่ที่ใช้เทคโนโลยี่ดาวเทียม ดิงโบเช จุดพักเพื่อปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ (Altitude Acclimatization Stop) สำหรับนักเดินเขาและนักปีนเขา ที่กำลังมุ่งหน้าสู่เอเวอรเรสต์เบสแค้มป์ รวมทั้ง อมา ดาบลัม (Ama Dablam - ภูเขาที่สวยที่สุดในเนปาล) และยอดเขาอิมชาตเซ (Imja Tse - หรือ ยอดเขาไอแลนด์พีก ภูเขาที่สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก) หมู่บ้านนี้มีขนาดใหญ่กว่าหมู่บ้าน Tengboche ที่ผ่านมา ภายในหมู่บ้าน Dingboche มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ที่พักหลายแห่ง ร้านค้า รานเบเกอรี่ ร้านอินเตอร์เนต (ค่าใช้บริการประมาณ 160 บาท ต่อชั่วโมง) นักเดินทางที่มาถึงที่หมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ที่นี่ 2 คืน -- ที่เที่ยวเนปาลในหมู่บ้านดิงโบเช เด่นๆ เช่น สถูปดิงโบเช (Dingboche Stupa) จุดชมวิวแม่น้ำอิมจาโคลา (Imja Khola - น้ำจะไหลผ่านทางด้านตะวันออกของหมู่บ้านดิงโบเช โดยทางตะวันตกของแม่น้ำจะมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์) -- เส้นทางจาก Namche มาถึง Dingboche จะมีทิวทัศน์ป่าสน และภูเขาหิมะที่สวยงาม

โลบูเซ (Lobuche) - 4,930 เมตร - โลบูเซ เป็นสถานที่ตั้งแคมป์ จุดพักแรมยอดนิยม ท่ามกลางภูมิประเทศที่มีความสูงชัน ภายในหุบเขาโลบูเช มีหมู่บ้านเล็กๆ และมีลำธารขนาดเล็ก มีที่พักประมาณ 5 แห่ง บางแห่งจะมีบริการอินเตอร์เนต และออกซิเจน (ราคาที่พักจะแพงกว่าในเมืองที่ผ่านๆ มา บนเส้นทาง EBC -- ที่พักใน Lobuche จะถูกจองเต็มหมดในช่วงไฮซีชั่น) ที่พักที่เด่นๆ คือ Alpine Inn & Restaurant ที่เที่ยวเนปาลในย่านโลบูเซ ดังๆ เช่น ยอดเขาโลบูเซ ตะวันออก (Lobuche East Peak - สูง 6,119 เมตร เป็นหนึ่งในยอดเขาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ติดอันดับท๊อป 3 ของเนปาล การพิชิตยอดเขาโลบูเซ ด้านตะวันออก ต้องใช้เทคนิคการปีนเขาในระดับชำนาญ และมีความท้าทายสูง - บนยอดเขานี้ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นภูเขาในเทือกหิมาลัยได้หลายแห่ง รวมทั้ง Mt. Everest ) ยอดเขาโลบูเซ ด้านตะวันตก (Lobuche West Peak - สูง 6,145 เมตร)

โกรักเชป (Gorak Shep) - 5,140 เมตร - ชะง่อนเขาโกรักเชป เป็นบริเวณที่เป็นที่ชาวเชอร์ปาและนักปีนเขาใช้หลบภัยธรรมชาติที่เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวณ จุดนี้เป็นจุดสุดท้ายที่มีที่พักก่อนจะขึ้น EBC และขึ้น Kalapaththar (โดยที่พักใน Gorak Shep จะปิดช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม เนื่องจากมีอุณภูมิติดลบประมาณ 20 - 30 องศาเซลเซียส) -- ที่พักใน Gorak Shep มี 3 แห่งคือ บูดด้าลอจ์ด แอนด์ เรสเตอร์รองก์ (Buddha Lodge and Restaurant) สไนว์แลนด์อินนท์ (Snowland Inn) และ เดอะเยติ รีสอร์ท (The Yeti Resort) -- ที่พักแต่ละแห่งจะมีบริการ - ที่นอน ขายอาหาร ขายของใช้ที่จำเป็น ให้เช่าอุปกรณ์ปีนเขา มีบริการอินเตอร์เนตแบบ Wi-Fi ให้เช่าขี่ม้า บริการออกซิเจน เฮลิคอปเตอร์กู้ภัย ห้องรับประทานอาหารที่มีอุณภูมิอบอุ่น -- Gorak Shep ยังมี่พื้นที่เป็นจุดกางเต้นท์ได้ -- ที่เที่ยวเนปาลในโกรักเชป เด่นๆ เช่น ทะเลสาบน้ำแข็ง

กาลาพัตทาร์ (Kalapaththar) - 5,545 เมตร - จุดชมวิวยอดเขาเอเวอรเรสต์ที่สวยงามที่สุด และได้รับความนิยมในหมู่นักปีนเขามากที่สุด เนื่องจากในวันที่สภาพอากาศเปิดสามารถขึ้นมาถึงได้ไม่ยากนัก โดยไม่ต้องมีประสบการณ์ หรือใช้อุปกรณ์ช่วย เนินกาลาพัตทาร์ ตั้งอยู่เชิงเขาปุโมรี (Pumori - สูง 7,165 เมตร) และอยู่เหนือขึ้นไปจากโกรักเชป (Gorakshep - ซึ่งอยู่ระหว่างทางไปเอฟเวอร์เรสเบสแค้มป์ หรือ EBC) เนื่องจากบริเวณ EBC จะไม่สามารถมองเห็นจุดสูงสุดของยอดเขาเอเวอรเรสต์ได้ นักเดินเทรคที่จะไป EBC ส่วนใหญ่จึงมักจะพยายามไปให้ถึงเนิน "กาลาพัตทาร์" เพื่อชมวิวชมยอดเขาเอเวอรเรสต์ และดูเส้นทาง ตลอดจนชมยอดเขาอื่นๆ ที่สำคัญๆ อีกหลายลูก รวมทั้งยอดเขาลอห์ตเซ่ (Lhotse - ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก สูง 8,516 เมตร ) และยอดเขานุปสต์เซ (Nuptse - ยอดเขาที่สวยงาม สูง 7,861เมตร) -- นักเดินเทรคส่วนใหญ่จะขึ้นมายังกาลาพัตทาร์ในช่วงเช้าตรู่ก่อนที่พระอาทิตย์จะโผล่ เพื่อรอถ่ายภาพขณะพระอาทิตย์ขึ้น จากทางด้านหลังยอดเขาเอฟเวอร์เรสต์ ยอดเขาลอห์ตเซ่ และ ยอดเขานุปสต์เซ ระหว่างนี้ถ้าหากมีลมพัดมา อากาศจะเย็นลง -- นักเดินเทรคบางส่วนจะขึ้นมายังกาลาพัตทาร์ในช่วงบ่าย หากสภาพอากาศเปิด เพื่อรอชมพระอาทิตย์ตก ซึ่งบ่อยครั้งที่เมฆมักจะมาในช่วงใกล้เย็น และบดบังวิว) ** แนะนำว่าถ้ามีเวลาเพียง 1 วันในการขึ้นมากาลาพัตทาร์ ควรมาในช่วงสายๆตอนเช้าเพราะอากาศจะไม่หนาวมาก แสงจะยังดี โดยที่ยังไม่มีเมฆมาบดบังวิวทิวทัศน์

เอเวอรเรสต์เบสแค้มป์ (Everest Based Camp หรือ EBC) - 5,364 เมตร ประตูสู่ยอดเขาเอเวอรเรสต์ จุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางหลายๆคนจากทั่วโลก จุดที่นักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่นักปีนเขาสามารถมองเห็นภูเขาที่สูงที่สุดในโลกได้ใกล้ที่สุด เอเวอรเรสต์เบสแค้มป์ คือ บริเวณแค้มป์หลัก ที่ประกอบจุดตั้งแค้มป์ 2 จุด คือ เซ้าธ์-เบสแค้มป์ (South Base Camp - อยู่ในเขตเนปาล สูง 5,364 เมตร) และ นอร์ท-เบสแค้มป์ (North Base Camp - อยู่ในเขตทิเบต สูง 5,150 เมตร) โดยทั้ง 2 จุด ตั้งอยู่ตรงข้ามกับภูเขาเอเวอรเรสต์ เอเวอรเรสต์เบสแค้มป์เป็นจุดที่พักแรมตั้งต้นจุดแรก ของบรรดานักปีนเขาที่จะขึ้นไปพิชิตยอดสูงสุดของเอเวอรเรสต์ (Everest Submit) และเป็นจุดพักตอนขาลงมาจากยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกลูกนี้ -- อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการเดินทางไต่เขา จะถูกชาวเชอร์ปา (Sherpas) หรือ ลูกหาบ (Porters) ซึ่งต้องใช้ม้าจามรี (Yaks) เป็นหาหนะช่วยลำเลียงมาไว้ ที่ South Base Camp (ในขณะที่ North Base Camp มักจะสามารถเข้าไปถึงได้เฉพาะในช่วงฤดูร้อน) -- โดยที่นักปีนเขาจะทำการพักผ่อนอยู่ในเบสแค้มป์อยู่หลายวันเพื่อปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ (Altitude Acclimatization Stop) เพื่อลดความเสี่ยง และความรุนแรงจากอาการทางร่างกายที่เกิดจากความสูง (Altitude sickness) ที่เที่ยวเนปาลในเอเวอรเรสต์เบสแค้มป์ ดังๆ คือ จุดชมวิวธารน้ำแข็งคุมบู (Khumbu Icefall) -- การทานอาหารในโซนนี้ต้องทานอย่างรวดเร็วก่อนที่อาหารจะแข็งจนเคี้ยวไม่ได้

ยอดเขาเอเวอรเรสต์ (Everest Summit) - 8,848 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก จุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลก ท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัยที่สวยงามและสลับซับซ้อน "เอเวอรเรสต์" หรือ ชาวเนปาลเรียกว่า สครมาตา ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาหิมาลัย เป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างเนปาลและทิเบต -- ผู้ที่สามารถพิชิตเอเวอรเรสต์ได้เป็นคนแรกของโลก ในปี พ.ศ. 2496 คือ เซอร์ เอดมันด์ เพอร์ซิฝอล ฮิลลารี (Sir Edmund Percival Hillary - นักสำรวจและนักปีนเขา ชาวนิวซีแลนด์) -- เส้นทางของนักปีนเขาที่จะไปพิชิตยอดสูงสุดของเอเวอรเรสต์ทางฝั่งเนปาล จะต้องผ่าน คุมบุไอซ์ฟอล (Khumbu Icefall ที่ระดับความสูง 5,486 เมตร - ประกอบด้วยกำแพงหิมะ ที่มีความสูงชันและยาวนาน มีเสียงน้ำแข็งดังสนั่นหวั่นไหว ซึ่งเป็นจุดอันตราย ที่นักปีีนเขาทุกคนต้องผ่านให้ได้ ต้องมีสติและจับเชือกไว้ตลอดเวลา) แค้มป์ 1(Valley of Silence - สูง 5,900 เมตร) แค้มป์ 2 (สูง 6,400 เมตร) แค้มป์ 3 (Lhotse wall - สูง 6,400 เมตร) แค้มป์ 4 (Death zone โซนที่มีนักปีนเขาเสียชีวิตมากที่สุด - สูง 8,000 เมตร จะต้องใช้ออกซิเจนตลอดเวลาแม้ในขณะนอน) ฮิลลารีสเตป (Hillary step - หน้าผาหินที่มีความชัน จุดที่มีความยากมากที่สุดในการปีนเขา 12 เมตรสุดท้ายก่อนที่จะขึ้นถึงยอดสูงสุด) และจุดสูงสุด (Everest Summit - ออกซิเจนจะเบาบางเหลือเพียง 30 %) -- โดยทั่วไปนักปีนเขาจะซ้อมเดินเทรคขึ้นไปยังจุดตั้งแคมป์ต่างๆที่สูงขึ้นไป เพื่อปรับตัวให้ชำนาญเส้นทาง แล้วกลับลงมายังแค้มป์ที่ต่ำกว่าจุดเดิม หรือลงมาเบสแคมป์อีกครั้ง เพื่อติดตามพยากรณ์อากาศก่อนที่ตัดสินใจว่าควรจะขึ้นยอด Summit ในวันไหน โดยมีเชอร์ปาเป็นผู้นำทาง พร้อมวิทยุสื่อสารกับทีมงานที่อยู่ด้านล่าง

เอเวอเรสต์ เอเวอเรสต์เบสแคมป์ pantip พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ เนปาล